2009/Oct/04

 หมายเหตุ : เจ้าของบล็อคนี้เพียงแค่ต้องการแนะนำหนังสือให้แก่ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเท่านั้น มิได้มีเจตนาใดๆ แอบแฝง 

 โลกใบเล็กของเด็กเก้าขวบ (อาโฮปซาลอินแซง)
เขียน : วีกีชอล
แปล : กาญจนา ประสพเนตร
สำนักพิมพ์ ส.ส.ท. เยาวชน
พิมพ์ครั้งที่ 3
ปีที่พิมพ์ 2546
จำนวนหน้า 239
ราคาปก 135
วันที่อ่าน 30 ก.ย. – 4 ต.ค.52
รีวิว 4 ต.ค.52

อาโฮปซาลอินแซง จัดเป็นหนังสือวรรณกรรมเด็กที่ดีมากเล่มหนึ่ง ใช้การเล่าเรื่องผ่าน “แพ็คยอมิน” ที่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงวัน 9 ขวบ ซึ่งมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวเขา ไม่ว่าจะเป็นบ้านใหม่ “บนยอดเขา” เรื่องเพื่อนบ้าน การจากลา ความรัก ปัญหา การเรียนรู้ ความเปลี่ยนแปลง อคติ ความวุ่นวายสับสน และความอบอุ่น


เราจะได้สัมผัสเรื่องราวเหล่านั้น ที่ซึ่งเขาอยู่ท่ามกลางผู้คนและวิถีชีวิตในสลัม สัมผัสเรื่องราว และความคิดของเด็ก ผสมผสานไปกับการแทรกการวิเคราะห์อย่างแนบเนียนของ “แพ็คยอมิน” ในวัยผู้ใหญ่ ที่เล่าถึงวัยเด็กซึ่งมอบความทรงจำมากมายให้แก่เขา


รีวิว
ในตอนแรก ๆ (ตามที่ข้าพเจ้ารู้สึกในขณะอ่าน...) เป็นการปูพื้นเรื่อง ซึ่งจะดูเป็นการเล่าไปเรื่อย ๆ ยังไม่มีอะไรที่น่าสะดุดใจเท่าไร ถ้าไม่นับการเล่าเรื่องผ่านตัวละครเอกที่เล่าได้อย่างค่อนข้างน่าสนใจ
แต่เมื่ออ่านไปเรื่อย ๆ ก็จะรู้สึกเหมือนกับเราได้กลายเป็นเพื่อนบ้านของเขา และเฝ้าติดตามเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านนั้นไปโดยไม่รู้ตัว


เรื่องราวต่าง ๆ มีความเปลี่ยนแปลง และเข้มข้นขึ้น แม้จะไม่หวือหวา แต่ก็น่าจะสะกิด หรือสร้างความประทับใจอะไรให้ผู้อ่านได้บ้าง เพราะเรื่องราวเหล่านั้น แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่กล่าวถึงในช่วงวัยเด็ก แต่ก็มีหลายเรื่องราวที่สัมพันธ์กับชีวิตความเป็นอยู่ของคนเรามากอย่างที่เราอาจลืมนึกถึงไป...และสิ่งที่แพ็คยอมินเล่านี้ อาจเข้าไปกัดกินความรู้สึกของใครหลายคนได้ หากเขาหวนรำลึกถึงช่วงเวลา และประสบการณ์ชีวิตที่เขาเคยพานพบมา


หนังสือเล่มนี้อาจกล่าวได้ว่าสามารถสะท้อนชีวิตของผู้แต่งได้มาก เพราะเขาใช้ระยะเวลาถึงสิบปีนับจากวันแรกที่เขียนจนถึงวันที่เขียนจบ เป็นการเดินทางด้วยตัวหนังสือที่ยาวนาน แต่เมื่ออ่านแล้วก็ทำให้สัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่างบรรยากาศในบทแรกกับบทสุดท้ายได้มาก แต่ก็มีความเป็นเอกภาพ ลงตัว


หนังสือเล่มนี้เป็นวรณกรรมเด็กที่ไม่ใช่เพียงแค่ให้ความเพลิดเพลิน และเหมาะแก่เด็กเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นหนังสือจิตวิทยาที่สอนผู้ใหญ่ ทำให้หวนกลับไปนึกถึงเรื่องราวในชีวิตที่เกิดขึ้น และเปิดโลกทัศน์ทางความคิดให้มองเห็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับเราทุกคนได้

 

edit @ 4 Oct 2009 15:04:03 by ~SnowyCat..SeeSom~

edit @ 4 Oct 2009 15:21:22 by ~SnowyCat..SeeSom~

2009/Jun/29

วันนี้สอบแชโดวอิ้งครั้งแรก...

มีหลายคนที่ถาม...ว่ามันคืออะไร...
เราก็งงตอนแรกที่ได้ยินชื่อเรียกนี้...

มันคือการพูดตามเทป....

เยี่ยม...

ตอนแรกทุกคนจะตื่นเต้น  แต่ว่า...ไออันที่สอบเขาให้แทร็คมาฝึกก่อน ก็เลยไม่เป็นไร

สนุกดี  แล้วก็เรียนต่อ...

อาจารย์น่ารักมาก ^^  วันนี้อาจารย์น่าร้ากกก  เลยไม่เครียดเลย ๕๕๕

ปกติเครียดเพราะความเคร่ง จริงจัง และเพราะรายวิชา  แต่จริง ๆ แล้วอาจารย์เคร่งไปงั้น

ความจริงน่าร้ากกก

แม้จะทำตัวเย็นชาบ้างอะไรบ้าง = ="

แต่อิไมของเด็ก ๆ น่ารักเสมอ ฮ่า~~

++++++

 

You taught me to know how one could be suffering...

with happiness

thinking...of someone

like this...

 

2009/Jun/26

เหนื่อยจัง...

เมื่อวานรู้สึกเหมือนกับไม่ไหวแล้ว

มันก็ไม่ใช่ว่าไม่ไหวจริง ๆ หรืออะไรหรอกนะ แต่แค่ว่า...เหมือนกับมีอะไรหลาย ๆ อย่างมาทับถมกันในความรู้สึกเราก็มักจะเป็นอย่างนี้เวลาที่เจออะไรเข้ามาพร้อม ๆ กัน หรือว่าทดกันมาเยอะ ๆ

แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก

เพราะว่า  จะเป็นอะไรไม่ได้ทั้งนั้น

เราต้องเดิน ต้องสู้ ต้องทนกับมันต่อไปเรื่อย ๆ

ทุกอย่าง...ถึงมันจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเราเสมอไปก็ตาม  แต่ว่า...

มันก็จบ...ที่ความรู้สึกของเราได้

แค่เหนื่อย  หรือรู้สึกอยากจะท้อได้ เพราะว่าความกดดันของอะไรบางอย่าง...ถึงรู้สึกอย่างนั้น

เราก็หยุดมันเองได้...ถ้าคิดจะหยุด

มนุษย์เป็นอย่างนั้นนะ...

รู้สึก...ก็เพราะคิด เพราะอยากรู้สึก

เราแค่เหนื่อย แค่ไม่พอใจ แค่คิดเยอะ แค่พาล  แล้วก็ไม่ชอบพูดอะไรออกไปตรง ๆ

มันก็เลยถมกัน    แล้วถล่มลงมา

 

2009/Jun/23

ก็หวัง

หวังไปเรื่อย

ทั้ง ๆ ที่ก็รู้ว่ามันก็ได้แค่นั้น

แต่ก็ยังหวัง

ถึงบางครั้งจะไม่เป็นอย่างที่หวัง

แล้วต้องมาคิด

ว่าเรากำลังหวังอะไรอยู่

แต่ก็ยังหวังต่อ

เพราะก็รู้

ว่ามันต้องเป็นอย่างนี้นั่นแหละ

และ

ถ้าไม่หวัง

มันก็ไม่มีค่าอะไรที่เราจะอยู่เพื่อคิด

ถ้าไม่หวัง

ก็คงไม่มีความสุข

แต่ก็ไม่มีความทุกข์

ตอนนี้

หวังเพียงแค่

ได้เจอบ้าง

ได้คุยบ้าง

อยู่ในโลกเดียวกัน

ไม่ใช่บุคคลที่ไร้ตัวตนบนโลก

มีค่าบ้าง

มีประโยชน์บ้าง

ไม่ใช่คนที่ทำให้รำคาญ

ไม่ใช่คนที่ถ้าพูดถึงแล้วนึกถึง"แต่"เรื่องที่ไม่ดี

...

และหวังเพียง

"แค่ได้หวัง"

เท่านั้น...

 

====

แรกมรสุม

เหลือเพียงสายลมแผ่ว

ที่พัดอยู่อย่างเงียบ ๆ

หากค่อย ๆ กัดกร่อน

กินลึกเข้าไป...

อาจไม่สามารถฟื้นกลับคืน...

 

2009/Jun/19

昨夜、零時ごろに 彼と話し合えた!!

この前、絶対に彼に連絡しないつもりだったけど。。
彼にエムスエヌで会って 話かけたらいいかなぁって思った。。

遂には、話し掛けたんだね。。わたし^^"

最初に、名前を呼んだ。彼は挨拶を言い返してくれて、私は...なんだか...ドキドキしてて。。顔がなんか。。あったかくなったと気がした。。
私は 彼の夏授業(なんと言うか?)について聞いた。
彼は 夏授業をもう辞めたといって学費がすごく高いからといった。私もそう思うんだ ‐-"。。。四万バーツくらい。。だよね。。^^" 他の事に使えられるし。それに、三年生のときにิั勉強するつもりって。
私も来年にも勉強するつもり、今年から日本語の授業の内容や宿題はだんだん(?)難しくなりそうだからって。
それから、「きみは日本語が上手だよねえ」で、「習いたい」彼はそう言った。

= ="。。。上手なんて。。ではないですけど。。。わたしはね。。。
彼に教えたいっ!TwT

彼が言った事。。。どういう意味なの?
私に教えてもらいたいのですか?TwT。。って聞きたい~~

私:^^" ならいたいの?。。教えてあげられるんだよ。(私の有能を信頼するなら。。)(実は上手なんてではないですよ‐ ‐"。)
彼:余暇を探す^^

きゃあ~~ T w T  (女の幸せなんだよね= =")

それでは、 最近何をしてるかと聞いた。
彼は入部してるクラブの仕事をしてると言った。そして、わたしに「きみにクラブに入部してくれると誘いたい」

= =” 。。。

なぜ「誘いたい」って使ったの?
私:「誘いたい」なら、じゃ 誘って^^"
彼:(笑)
私:(なんか。。悪かったな~わたし - -")
彼:じゃ 誘わない^^
私:へっ!
   誘わなかったら 誘わないで(笑)。。>>「勝手にして」とか「いいよ」って意味だ、この文は
彼:誘う!誘う~~!!

可愛い^^"

そして。。。

彼:きみにキャンプへ行くのを誘いたい >>(この文の文法、どう書くの?TwT)
私:えっ?何のキャンプですか?>> (なぜ、いつも「~たい」って使うかと思いながら。。)
彼:精進などのキャンプだ。

=[]=!!
TwT かわいいいい~~

行きたいんだけど。。。
いいのかなって考えてた。。。
まず、彼は「暇だったらあああ」と言ったけど。。。その後の文はなぜ「暇なきゃ~」っていった?=="

変な男。。。

だって、

大好きだ^^

でも、キャンプへ行く日は私の中試験の一週間の前なので、行かない。(行けないって言葉の方。。)

話合いはこのくらいだけ。。^^30分ぐらいかかったかな~

TwT すぐ眠れるなんて出来ない~~

彼、可愛すぎるから~~